มิลานพร้อมเดินหน้างาบแรมซีย์

เอซี มิลาน พร้อมยื่นข้อเสนอคว้า อารอน แรมซีย์ กองกลาง อาร์เซน่อล หลังแข้งเวลส์เหลือสัญญากับ "ไอ้ปืนใหญ่" ถึงจบซีซั่นนี้เท่านั้น ขณะที่ "ปีศาจแดง-ดำ" เพิ่งดึง อิวาน กาซิดิส อดีตซีอีโอในถิ่นเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม เข้ามานั่งเก้าอี้ผู้บริหารสโมสร

news201809191557447.jpg


"ปีศาจแดง-ดำ" เอซี มิลาน สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งศึกกัลโช่ เซเรีย อา ตกเป็นข่าวว่ามพร้อมที่จะยื่นข้อเสนอคว้าตัว อารอน แรมซีย์ มิดฟิลด์ตัวเก่ง "ไอ้ปืนใหญ่" อาร์เซน่อล ยอดทีมแห่งอังกฤษ มาเสริมทัพ จากการรายงานเมื่อวันพุธที่ 19 กันยายน ที่ผ่านมา

สตาร์ทีมชาติเวลส์ เหลือสัญญาจนถึงจบฤดูกาลนี้เท่านั้น และ มิลาน ก็พิจารณาที่จะเดินหน้าคว้าตัว โดยเฉพาะหลังจากที่มีการดึงตัว อิวาน กาซิดิส อดีตซีอีโอ อาร์เซน่อล เข้ามาเป็นผู้บริหารสโมสร ซึ่ง "ปีศาจแดง-ดำ" หวังใช้ประโยชน์จากความสัมพันธ์ใกล้ชิดระหว่างเขากับนักเตะมาเป็นตัวช่วยในการเซ็นสัญญา

กัลโช่แมร์กาโต้ รายงานว่า มิลาน จำเป็นต้องยื่นข้อเสนอให้กับ แรมซีย์ ซึ่งเขาต้องการค่าเหนื่อยจำนวน 6.5 ล้านยูโร (260 ล้านบาท) ต่อฤดูกาล หรือราว 111,000 ปอนด์ (5 ล้านบาท) ต่อสัปดาห์

ก่อนหน้านี้ เมซุต โอซิล เพลย์เมคเกอร์ อาร์เซน่อล ใช้วิธียื้อเกมจนทำให้เขาได้รับสัญญาใหม่ตามที่ตัวเองต้องการ และ แรมซีย์ ก็อาจใช้วิธีเดียวกันนั้นเพื่อให้เขาได้รับประโยชน์สูงสุด ขณะที่ มิลาน ก็พร้อมที่จะฉวยโอกาสนี้ดึงนักเตะร่วมทัพ

สลด!โกมิสเสียชีวิตสื่อคาดโดนยิงดับอนาถ

แซงต์-เอเตียน ประกาศข่าวเศร้า วิลเลี่ยม โกมิส อดีตดาวเตะของสโมสรเสียชีวิตก่อนวัยอันควรเพียง 19 ปีเท่านั้นพร้อมกับเด็กหนุ่มวัย 14 ปี เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยสาเหตุในเวลานี้ยังไม่มีการเปิดเผย แต่สื่อคาดว่าน่าจะโดนยิงดับ


วิลเลี่ยม โกมิส อดีตกองหลังแซงต์-เอเตียน สโมสรดังในศึกลีก เอิง ฝรั่งเศส เสียชีวิตแล้วเมื่อวันอาทิตย์ที่ 9 กันยายนที่ผ่านมา (ตามเวลาท้องถิ่น) ในวัยเพียง 19 ปีเท่านั้น โดยสาเหตุการตายยังไม่มีการเปิดเผย แต่สื่อรายงานว่ามาจากการที่นักเตะถูกยิงดับอนาถ

ดาวเตะอนาคตไกล ตัดสินใจอำลาต้นสังกัดเมื่อช่วงซัมเมอร์นี้ หลังจากใช้เวลาอยู่กับทีมนานถึง 5 ปี พร้อมกับลงสนามให้กับทีมสำรองแซงต์-เอเตียน จำนวน 18 เกม โดยสาเหตุการเสียชีวิตยังไม่มีการยืนยันในเวลานี้ แต่สื่อท้องถิ่นในเมืองแซงต์-เอเตียน ระบุว่า โกมิส ถูกยิงดับในลา แซย์น-ซูร์-แมร์

เจ้าหน้าที่ตำราจรายงานว่าได้พบศพของ โกมิส พร้อมกับเด็กหนุ่มวัย 14 ปีที่เสียชีวิตอยู่ในที่เกิดเหตุด้วย โดยแถลงการณ์ของ แซงต์-เอเตียน ระบุว่า "แซงต์-เอเตียน ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งที่ได้รับทราบข่าวการเสียชีวิตของ วิลเลี่ยม โกมิส ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา"

"อดีตเพื่อนร่วมทีมและเพื่อนนักศึกษาของเขาต่างก็ประทับใจกับความเป็นคนที่มีคุณภาพของเขา, ความเป็นนักเตะดาวรุ่งซึ่งจะอายุครบ 20 ปีในเดือนธันวาคมนี้ เขาร่วมฝึกซ้อมกับสโมสรซึ่งเป็นสถานที่ที่เขาย้ายมาตั้งแต่อายุ 15 ปี ผู้บริหารสโมสร, โค้ช, นักเตะ และพนักงานของที่นี่ต่างเสียใจมากๆ จากการที่ วิลเลี่ยม จากไปแบบปัจจุบันทันด่วน และได้ส่งความเห็นอกเห็นใจไปยังครอบครัวของเขา" แถลงการณ์ ฉบับเดิม ระบุ

เปิดรายชื่อ! "4 นักบาสญี่ปุ่นฉาว" ก่อนแถลงขอโทษแอบหนีใช้บริการทางเพศ พนันออนไลน์ฟรีเครดิต


จากข่าวใหญ่ที่สร้างความเสื่อมเสียให้กับวงการกีฬาญี่ปุ่น หลังคณะกรรมการโอลิมปิกสากลของญี่ปุ่น ประกาศบทลงโทษส่งตัวนักกีฬาบาสเกตบอลชาย 4 คน กลับบ้านหลังประพฤติตัวไม่เหมาะสมในการแข่งขันกีฬา เอเชียนเกมส์ 2018 ที่กรุงจาการ์ตา เมื่อวันจันทร์ที่ 20 สิงหาคม ที่ผ่านมา

เหตุการณ์ที่สร้างความเสื่อมเสียเกิดขึ้นเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา โดย นักกีฬาบาสเกตบอลทั้ง 4 ราย เดินทางออกจากหมู่บ้านนักกีฬา เพื่อเดินทางไปยังร้านอาหารญี่ปุ่นในย่านแหล่งบันเทิง ซึ่งหลังรับประทานอาหารเย็นเสร็จ พวกเขาก็ได้ไปต่อกับผู้หญิง ก่อนพากันเข้าโรงแรมด้วยกัน ที่สำคัญพวกเขายังคงสวมเครื่องแบบทีมชาติตลอดเวลาที่ทำตัวน่าละอายแบบนั้น

ซึ่งล่าสุด นักกีฬาบาสเกตบอลชายทั้ง 4 คน ได้เดินทางถึงบ้านเกิด กรุงโตเกียว พร้อมทั้งต้องเผชิญหน้ากับสื่อจำนวนมากที่มารอทำข่าว โดยมีการเปิดเผยชื่อของผู้กระทำความผิดทั้งหมดประกอบด้วย ยูยะ นากาโยชิ, ทาคุยะ ฮาชิโมโตะ, ทาคุมะ ซาโตะ และ เคอิตะ อิมามูระ

โดยการแถลงข่าวเริ่มต้นด้วย ยูยะ นากาโยชิ นักยัดห่วงทีมชาติ 1 ในผู้ก่อเหตุเป็นคนกล่าวคำขอโทษต่อทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงสมาคมบาสเกตบอลแห่งประเทศญี่ปุ่น จากนั้นผู้สื่อข่าวได้ถามความจริงที่ว่า "พวกเขาสวมเครื่องแบบทีมชาติตลอดเวลาที่ทำตัวน่าละอายแบบนั้นจริงหรือไม่" ซึ่งเจ้าตัวนิ่งเงียบไปนานก่อนที่จะตอบว่า "การขาดสติ และความมีสามัญสำนึกในการเป็นตัวแทนทีมชาติทำให้ผมกระทำเรื่องดังกล่าวจริง"

ด้านนาง ยูโกะ มิตชึยะ ประธานบาสเกตบอลญี่ปุ่น ออกมาขอโทษทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงกล่าวคำขอโทษไปยังตัวแทนนักกีฬาบาสเกตบอลญี่ปุ่น ที่ยังคงต้องทำหน้าที่แข่งขันทั้งที่เหลือสมาชิกในทีมเพียงแค่ 8 คน ในการแข่งขัน เอเชียนเกมส์ 2018 ที่กรุงจาการ์ตา

อย่างไรก็ตามบทลงโทษของ นักกีฬาทั้ง 4 คน จะต้องรอทางสมาคมตัดสินใจอีกครั้ง ซึ่งสื่อคาดการณ์กันว่า พวกเขาน่าจะถูกตัดสิทธ์จากการลงแข่งขันในนามทีมชาติ ในการแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ 2020 ที่กรุงโตเกียว จะเป็นเจ้าภาพ

ประวัติของ Matteo Darmian

มัตเตโอ ดาร์เมียน เริ่มต้นอาชีพค้าแข้งด้วยการเป็นนักเตะเยาวชนให้กับเอซี มิลาน ก่อนที่จะได้ประเดิมสนามกับทีมชุดใหญ่ในศึกกัลโช่ เซเรีย อา ด้วยอายุเพียงแค่ 17 ปี จากนั้นปี 2009 เขาไปร่วมทีมปาโดว่าแบบยืมตัว ซึ่งก็ช่วยให้ทีมรอดพ้นการตกชั้นจากเซเรีย บีได้สำเร็จ

วันเกิด 2 ธันวาคม 1989
สถานที่เกิด อิตาลี
น้ำหนัก - ส่วนสูง 182
อายุ 28 ปี
ทีมชาติ อิตาลี
เข้าร่วมทีม
MV5BMjk2MzBkZDctYWQ1My00OTZlLTg1ZDMtOWEyNTIwOTI0YWNhXkEyXkFqcGdeQXVyMjUyNDk2ODc@._V1_SY1000_CR0,0,1333,1000_AL_


เขากลับมาค้าแข้งในเซเรีย อาอีกครั้ง โดยเซ็นสัญญากับปาแลร์โม่ ก่อนที่ในปีต่อมาจะย้ายไปเล่นให้กับโตริโน่ในเซเรีย บีแบบยืมตัว เขาทำประตูแรกให้กับทีมได้ในวันที่ 30 ตุลาคม 2011 เกมเจอเอ็มโปลี ซึ่งเมื่อจบฤดูกาลดังกล่าว โตริโน่ก็สามารถเลื่อนชั้นไปเตะในลีกสูงสุด

ในฤดูกาลแรกกับโตริโน่ในเซเรีย อา เขาลงเล่นในลีกไปทั้งหมด 30 เกม รวมถึงโคปา อิตาเลียอีก 2 เกม ต่อมาโตริโน่ตัดสินใจซื้อดาร์เมียนขาดจากปาแลร์โม่ด้วยค่าตัว 1.5 ล้านยูโร และในฤดูกาล 2013/14 เขาก็ลงเล่นให้กับโตริโน่ในลีกไป 37 เกม จากนั้น วันที่ 18 พฤษภาคม 2014 เขาก็ได้ลงเล่นเป็นนัดที่ 100 ให้กับสโมสร ในเกมที่เสมอฟิออเรนตินา 2-2

ต่อมาในฤดูกาล 2014/15 เขาสามารถทำประตูแรกในเกมระดับยุโรปได้ในยูโรปา ลีก รอบคัดเลือก รอบ 3 ที่ชนะบรอมมาปอจคาร์น่าของสวีเดน 4-0 เขาทำผลงานได้ดีมากจากการลงเล่นรวมกันทุกรายการ 47 เกม ทำให้ฟอร์มไปเข้าตาแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และทีมปีศาจแดงก็ประกาศคว้าตัวดาร์เมียนไปร่วมทีมในวันที่ 10 กรกฎาคม 2015 ก่อนที่จะมีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันต่อมา

สำหรับผลงานในระดับทีมชาติ ดาร์เมียนเคยเล่นให้กับอิตาลีชุดยู-17, ยู-18 และยู-19 มาแล้ว ก่อนที่จะประเดิมสนามในระดับยู-21 ในเกมอุ่นเครื่องกับออสเตรีย เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2009 จากนั้นในเดือนมีนาคม 2014 เขาก็ถูกเรียกตัวติดทีมชาติชุดใหญ่โดย เซซาเร่ ปรันเดลลี่ ซึ่งมีแนวคิดผลักดันผู้เล่นอายุน้อยไปลุยฟุตบอลโลก 2014

เขาได้ประเดิมสนามกับทีมอัซซูรี่ในวันที่ 31 พฤษภาคม 2014 ด้วยวัย 24 ปี ลงเล่นเป็นแบ็คขวาในเกมอุ่นเครื่องกับไอร์แลนด์ที่ลอนดอน ในวันต่อมาเขาถูกประกาศรายชื่อเป็นหนึ่งใน 23 ขุนพลชุดทำศึกฟุตบอลโลก และในวันที่ 14 มิถุนายน เขาก็ได้ประเดิมสนามในรายการดังกล่าวในเกมที่ชนะอังกฤษ 2-1 เขาได้ลงเล่นในอีก 2 เกมถัดไปของรอบแบ่งกลุ่มด้วย แต่ก็น่าเสียดายที่แพ้ทั้ง 2 เกมจนทำให้ไม่สามารถผ่านเข้าสู่รอบถัดไปได้

รู้ก่อนเป็น มะเร็งป้องกันได้


8-1-2015-11-58-08-AM-Copy.jpg


แม้ว่าโรคมะเร็งจะเป็นโรคที่ทำให้คนต้องเสียชีวิตมากมาย แต่ในทางตรงกันข้าม โรคมะเร็งก็สามารถรักษาให้หายได้หากตรวจเจอได้ในระยะแรก ๆ และยิ่งเจอเร็วมากเท่าไหร่ โอกาสในการรักษาก็จะมีมากเท่านั้น


แต่หากคุณไม่เคยคิดจะสังเกตหรือดูแลตัวเองเลย โอกาสการเสียชีวิตก็จะมีมากขึ้น ดังนั้น มาลองเรียนรู้สัญญาณเตือนโรคมะเร็งกันหน่อยดีกว่า เพราะจะได้สามารถอยู่กับตัวเองกันได้นานๆ ใครที่เคยมีญาติเป็นมะเร็งโดยเฉพาะคุณผู้หญิงทั้งหลายยิ่งต้องเรียนรู้ไว้ เพราะมะเร็งไม่เคยรอใคร


สำหรับคุณผู้หญิงแล้ว โอกาสมรการเป็นมะเร็งจะหลากหลายกว่าคุณผู้ชาย เพราะผู้หญิงมีโอกาสเป็นมะเร็งปากมดลูก มะเร็งเต้านม หรือมะเร็งรังไข่ได้ แต่โรคมะเร็งไม่ได้มาพร้อมกับความโชคร้ายเสมอไปหรอกค่ะ และไม่ต้องมองหาความโชคดีด้วย เพราะสัญญาณเตือนโรคมะเร็งสามารถบ่งบอกได้ด้วยสิ่งต่างๆต่อไปนี้



1. เต้านมผิดปกติอาจเป็นสาเหตุของมะเร็งเต้านม



iStock-504708045_M.jpg



ความผิดปกติของเต้านมจะเริ่มจากการคลำเจอก้อนที่เต้านม ซึ่งไม่ว่าจะเจ็บหรือไม่ก็ต้องไปพบแพทย์ นอกจากนี้ ยังมีสิ่งอื่นๆเกี่ยวกับเต้านมที่ต้องสังเกตเพิ่มด้วย เช่น มีรอยบุ๋มหรือรอยยุบ สีของเต้านมไม่สม่ำเสมอกั หัวนมบวม สีของหัวนมเปลี่ยนไป และเมื่อกดที่หัวนมแล้วรู้สึกเจ็บ หากมีอาการดังกล่าวเหล่านี้ ให้สงสัยไว้ก่อนว่าเป็นสัญญาณเตือนของโรคมะเร็งเต้านม เพราะฉะนั้นรีบไปหาหมอโดยด่วน



2. ปวดประจำเดือนหนักมากอาจเป็นสาเหตุของมะเร็งปากมดลูก รังไข่ และช่องคลอด



มะเร็งรังไข่-01



สำหรับคนที่ปวดประจำเดือนอยู่แล้วอาจจะสังเกตยากหน่อย แต่สำหรับคนที่ไม่เคยปวดประจำเดือนเลย แต่อยู่ดีๆก็ปวดมากๆขึ้นมา ชนิดที่ลุกขึ้นยืนไม่ไหว หรือทำอะไรไม่ได้เลย และเมื่อสังเกตแล้วพบว่ามีเลือดประจำเดือนมากผิดปกติติดต่อกันหลายเดือน ก็จะยิ่งถือเป็นความเสี่ยงของโรคมะเร็งได้ทั้งนั้น ต้องลองไปตรวจเช็คปากมดลูก รังไข่ และช่องคลอดดู เพราะอาการนี้อาจทำให้เกิดมะเร็งในอวัยวะเหล่านี้ได้ทั้งนั้น



3. ปวดท้องรุนแรงหรืออาเจียนบ่อย ๆอาจเป็นสาเหตุของมะเร็งรังไข่หรือมะเร็งเซลล์กระดูก




stomach-ache-cancer.jpg




อย่าเพิ่งมองข้ามอาการปวดท้องหรืออาเจียน เพราะสมาคมโรคมะเร็งในประเทศสหรัฐอเมริกาได้เปิดเผยว่า อาการปวดท้องก็เป็นอีกสัญญาณหนึ่งที่บ่งบอกถึงการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็งได้เช่นกัน


เนื่องจากการแพร่กระจายเซลล์มะเร็งที่รังไข่หรือเซลล์กระดูก จะทำให้เกิดอาการปวดท้องเรื้อรังหรือเกิดอาการอาเจียนบ่อยจนผิดปกติ



4. เลือดออกหลังวัยหมดประจำเดือนอาจเป็นสาเหตุของมะเร็ง




5408426-3x2-940x627-1024x683.jpg




เป็นไปได้อย่างไรที่ผู้หญิงในวัยหมดประจำเดือนจะมีเลือดประจำเดือนออกมาอีก สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นได้ และเป็นสัญญาณที่บอกให้คุณระวังมะเร็งเอาไว้ให้ดี และอย่าคิดว่าเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นนี้จากความผิดปกติของฮอร์โมนที่แปรปรวนเท่านั้น



5. พุงป่อง อาจเป็นสาเหตุของมะเร็งรังไข่



slim5.jpg



ความอ้วนเป็นเรื่องธรรมชาติ แต่ถ้าอ้วนเอาๆทั้งที่ไม่ได้ทานอาหารมากมายไปกว่าเดิม และรู้สึกว่าตัวเองมีอาการพุงป่องหรืออ้วนขึ้น และยังมีอาการท้องอืดอยู่บ่อย ๆ อาการเหล่านี้เตือนบอกคุณว่า..คุณกำลังเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งรังไข่อยู่ก็เป็นได้ ถ้าให้ดีลองไปหาหมอกันสักหน่อยดีกว่าไหมค่ะ



6. น้ำหนักลดลงรวดเร็วอาจเป็นสาเหตุของมะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งปอด มะเร็งตับอ่อน หรือมะเร็งในหลอดอาหาร



มะเร็งหลอดอาหาร-โรคที่มากับการกินที่ไม่ดี



ตรงข้ามกับความอ้วน หากอยู่ดีๆน้ำหนักตัวก็ลดลงฮวบฮาบเกินกว่า 5 กิโลกรัม อาการเช่นนี้ไม่ควรปล่อยให้ผ่านไป เพราะสามารถบ่งชี้ถึงความเสี่ยงของโรคมะเร็งได้หลายชนิด เช่น มะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งปอด มะเร็งตับอ่อน หรือมะเร็งในหลอดอาหาร


ดังนั้น หากคิดว่าตนเองทานอาหารในปริมาณเท่าเดิม ใช้ชีวิตแบบเดิม ๆ แต่กลับมีน้ำหนักตัวที่ลดลงอย่างรวดเร็ว ก็บอกได้เลยว่าสัญญาณร้ายกำลังเข้าใกล้คุณเข้ามาทุกทีๆแล้วละคะ



7.รู้สึกอิ่มตลอดเวลาและเบื่ออาหารอาจเป็นสาเหตุของมะเร็งรังไข่




7-137.jpg



คนที่รู้สึกอิ่มอยู่ตลอดเวลาอาจจะคิดว่าเป็นเรื่องดีที่ไม่ต้องทานอาหารเยอะ แต่ถ้าคุณไม่มีอาการหิวเอาเสียเลย ไม่ค่อยนึกอยากจะทานอาหารสักเท่าไรแม้ว่าจะเป็นของโปรดก็ตาม ให้รีบสงสัยในเรื่องของมะเร็งรังไข่ไว้ก่อน และควรไปตรวจเช็คโดยด่วนเลย



8. หน้าบวมอาจเป็นสาเหตุของมะเร็งปอด



Obat-Herbal-Parotitis-Pada-Anak-1024x768.jpg



ถ้าหน้าบวมขึ้น มีอาการหน้าแดงจัด หรือแก้มบวม ๆ ผิดปกติ พร้อมๆกับอาการหายใจไม่สะดวก สัญญาณเหล่านี้อาจบ่งชี้อาการของโรคมะเร็งปอดในระยะเริ่มต้นได้ เหตุผลที่เป็นเช่นนี้เนื่องจากปอดมีเซลล์เนื้องอกมาขัดขวางการไหลเวียนของอากาศและเลือด จึงอาจทำให้มีการคั่งของสารคัดหลั่งและการคั่งของเลือดบนใบหน้าเราได้ ทำให้เกิดอาการหน้าบวมได้นั่นเอง



9. ไฝบนผิวหนังเปลี่ยนไปเป็นสาเหตุของมะเร็งผิวหนัง



8-1-2015-11-58-08-AM-Copy.jpg



ลองสังเกตไฝของคุณสักหน่อยว่ามีลักษณะแปลกไปจากเดิมหรือเปล่า เช่น มีขนาดใหญ่ขึ้น สีเข้มขึ้น เป็นต้น สิ่งเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคมะเร็งผิวหนังได้ ต้องลองไปตรวจเช็คร่างกายกับหมอเฉพาะทางจะให้คำตอบคุณได้ดีทีเดียวละ


แม้ว่ามะเร็งจะร้ายแรงแค่ไหน แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะเกิดขึ้นอย่างทันที เพราะโรคร้ายเหล่านี้มีสัญญาณเตือนเสมอ และเมื่อพบเจอมันเมื่อไหร่ ต้องรีบเข้าไปปรึกษาคุณหมอโดยด่วน อย่าคิดไปเองว่าไม่มีอะไร ไม่เป็นอะไร เราเป็นคนแข็งแรงจะตายไป เพราะมะเร็งเกิดได้กับทั้งคนที่แข็งแรงและคนที่อ่อนแอ และการตรวจพบอาการมะเร็งตั้งแต่ในระยะที่ 1 มีโอกาสหายจากโรคมะเร็งได้สูงถึง 88% เลยทีเดียว



ข้อมูลส่วนตัว

waiwaimoosub08

Author:waiwaimoosub08
ขอต้อนรับเข้าสู่ FC2

ข้อความบันทึกล่าสุด
ความคิดเห็นล่าสุด
รายเดือน
หมวดหมู่
ค้นหา
RSS
ลิ้ง
แบบฟอร์มขอเป็นเพื่อน

เพิ่มผู้ใช้นี้เป็นเพื่อน